คิดอย่างไรไม่ให้ใจเป็นทุกข์ หลักคำสอนของหลวงพ่อปัญญา

ถามว่าเป็นทุกข์ด้วยเรื่องอะไร ทำไมถึงเป็นทุกข์ล่ะ

อ๋อ..พระราหูเข้า พระเสาร์แทรก พระอังคารเล็งลัคน์ ลัคน์เล็งราหู…

ดาวทุกดวงมันเล็งกันอยู่ทั้งนั้นแหละ

ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ มันดูดซึ่งกันและกัน จึงอยู่ได้

ถ้าไม่มีการดูดมันก็ตกลงมาบนแผ่นดินนั้นแล้ว

ไม่ใช่ดาวดวงนั้นมาใกล้ดาวดวงนี้ไม่ดี ต้องให้ดาวออกไปห่าง แล้วจะไปดันดาวอย่างไร

เรากับดาวมันไกลกันเหลือเกิน…

ทางที่ถูกต้องนั้น อยู่ที่ตัวเราเอง อยู่ที่ใจของเรานั่นแหละ ใจเราคิด ผลก็เกิดที่ใจ ถ้าคิดดีก็สบายใจ คิดให้เป็นทุกข์ ก็นั่งเป็นทุกข์ คิดไม่ให้เป็นทุกข์ ก็สบายใจ ไม่เป็นทุกข์ มันอยู่ที่เราไม่ได้อยู่ที่สิ่งอื่น

แต่ชาวพุทธไม่เชื่อ ไปเชื่อพระที่เรียกว่า “เกจิอาจารย์” ทำหน้าที่เขกกบาล ถ่มน้ำลายใส่หัว แล้วก็ปลุกๆเสกๆ ลงเลขลงยันต์ บอกว่า ป้องกันภัยได้

ให้ เขียนยันต์เต็มตัวก็ป้องกันไม่ได้ เพราะไม่ได้ประพฤติตามธรรมะ ถ้าประพฤติตามธรรมะธรรมะช่วยเรา รักษาเราให้ปลอดภัย แต่เราไม่ค่อยเอาธรรมะมาใช้ ชอบใช้ความโง่ความหลง อย่างที่เขาทำกันมาก่อน

พอทุกข์ขึ้นมาก็ไปวัดละ”ดิฉันกลุ้มใจค่ะ ช่วยรดน้ำมนต์หน่อย”

เอ้า..รดน้ำมนต์ให้ รดน้ำมนต์แล้วถ่มน้ำลายใส่หัวอีกหน่อย เขกกบาลหน่อย ดีใจ..พ้นทุกข์แล้ว พอกลับมาถึงบ้าน นั่งทุกข์ต่อไป

หลวงพ่อปัญญา

หลวงพ่อปัญญา

เพราะการกระทำเช่นนั้น ไม่ใช่ทางแก้ แก้ทุกข์ไม่เป็น ไม่รู้จักเหตุ แล้วไม่ตัดเหตุ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “สิ่งทั้งหลายเกิดจากเหตุ”

เหตุนั้นมันอยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่ใจของเรา ใจเราคิดไม่ดี จึงสร้างความทุกข์ ถ้าคิดดี ก็ไม่เป็นทุกข์ แต่ว่าเราคิดไม่ดี ก็เป็นทุกข์เดือดร้อน

เขา รดน้ำมนต์ ก็รดบ้าง จะหายได้อย่างไร ไม่หาย หรือทำพิธีปลุกเสก เอาดินมาปั้นเป็นรูปพระ เสก เอาหินมาแกะสลักเป็นรูปพระ เสก เอาไม้มาแกะสลักเป็นรูปแพระ เสก เวลาเสกน่ะไม่ใช่องค์เดียว ร้อยแปด เอามานั่งหลับตา เสก

ขอบอกตรงๆว่า หลอกทั้งเพ โกหกทั้งเพ ไม่มีใครกล้าพูดอย่างนี้

เพราะกลัว กลัวว่าอาจารย์เหล่านั้น จะเสกให้บ้า

แต่ฉันไม่กลัว ฉันไม่บ้า เสกเท่าไรก็ไม่ถูกฉัน

ฉันมีของดีป้องกันตัวคือ สติปัญญา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *