อย่ากลัวเชื้อราแต่ก็ประมาทไม่ได้

ทำการรู้จักเชื้อราให้มากขึ้นกับ พญ. มลเนตร คุณติรานนท์ แพทย์ที่ปรึกษาโรคผิวหนัง ศูนย์โรคผิวหนัง ร.พ. พญาไท 2

เชื้อรามาอยู่ที่ผิวหนังได้อย่างไรค่ะ

ต้องเข้าใจก่อนว่าเชื้อราที่ผิวหนังที่พบได้บ่อยๆส่วนใหญ่จะเป็นการติดเชื้อราที่ผิวหนังชั้นนอกแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆกลุ่มแรกเราเรียกว่าเกลื้อนหรือเชื้อราในร่มผ้า ในช่องปาก ขาหนีบ รักแร้ ฮ่องกงฟุต มักเกิดในกลุ่มคนที่เหงื่ออกมากๆส่วนอีกชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อ Dermatophyte ส่วนใหญ่จะทำให้เิกิดเชื้อในกลุ่มที่เรียกว่ากลากก็จะสามารถเกิดได้ที่ผิวหนังทั่วๆไปและมักจะเิกิดจากการสัมผัสโดยตรง เช่นจากสัตว์เลี้ยง ทำสวนแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคนบางได้รับเชื้อ แต่ร่างกายกำจัดได้ก็ไม่มีอาการค่ะ

เชื้อราที่ผิวหนังมีสิทธิ์ลงในร่างกายเราได้รึเปล่าค่ะ

ส่วนใหญ่ไม่ได้ค่ะเพราะว่าผิวหนังของคนเราจะมีความหนา เชื้อราพวกนี้จะกินชั้นนอกของผิวหนังที่เรียกว่าเคราติน ซึ่งเหมือนกับขี้ไคลการติดเชื้อราที่เล็บมันก็จะอยู่ที่เล็บ ไม่ต้องกังวลว่ามันจะกินเข้าไปถึงกระดูกเพราะอาหารอยู่ตรงนั้น ส่วนการติดเชื้อราในช่องปาก บางทีถ้ากลืนเข้าไปจะทำให้มีเชื้อราในช่องทางเดินอาหารได้แต่ส่วนใหญ่เจอกรดในกระเพาะก็จะถูกกำจัดไปได้ถ้าเรากินเชื้อราเข้าไปเยอะๆอาจทำให้เราท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อด้วย

เราไม่จำเป็นต้องกลัวเชื้อราใช่มั้ยค่ะ

จริงๆการติดเชื้อราภายนอกก็ไม่น่ากลัวแต่เมื่อเป็นแล้วก็กลับมาเป็นใหม่ได้จึงต้องหาทางป้องกันอย่างคนที่เป็นเกลื้อนก็อาจจะกลับมาเป็นเกลื้อนได้อีก หมอก็จะแนะนำว่าเมื่อออกกำลังเสร็จแล้ว พักเหนื่อยแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับคนอื่นส่วนในร่มผ้า ขาหนีบ รักแร้ บางทีอากาศจะชื้นเหงื่อออก ก็พยายามรักษาให้แห้ง ระบายอากาศดีๆก็จะสามารถป้องกันเชื้อราได้ค่ะ

ฤดูร้อนที่จะมาถึงนี้ผู้หญิงเราต้องห่วงอะไรบ้างค่ะ

ในหน้าร้อนที่พบบ่อยๆก็คือเกลื้อน โดยเฉพาะในคนที่เหงื่อออกมากๆทีนี้มาดูผู้หญิงถ้าคนที่รูปร่างอ้วนนิดนึงอาจจะมีปัญหาเชื้อราที่ขาหนีบ ใต้ราวนมหรือรักแร้ อีกอย่างหนึ่งก็คือการติดเชื้อราจำพวกยีสต์บริเวณช่องคลอดทีบางทีอาจติดมาจากการมีเพศสัมพันธ์หรือเป็นเพราะการใช้น้ำยาบางชนิดล้างช่องคลอดบ่อยๆก็อาจจะทำให้เสียสมดุลแบคทีเรียไป อาจติดเชื้อราได้ง่ายขึ้นส่วนใหญ่หมอจะแนะนำให้ใช้สบู่ฆ่าเชื้อทีเรียกว่า Antiseptic บ่อยๆจะทำให้เสียสมดุลของเชื้อที่ไม่ได้ก่อโรคในผิวหนังก็อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้หรือติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ที่มา Lisa VOL. 12 NO.9๐9.3.11

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *