เรื่องของลำไส้สถานีส่งผ่านและดูดซึมสารอาหาร

ลำไส้ อวัยวะที่มักถูกใครๆมองข้ามทั้งที่เป็นส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงจากอาหารที่รับเข้าไปในแต่ละวัน 1 วันมี 3 มื้อ 1 ปีจึงมี 1,095 มื้อ เห็นหรือยังว่าลำไส้รับบทหนักแค่ไหนแล้วคุณรู้จักลำไส้ดีหรือยังไม่ว่าอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นจะหรูเริดราคาแพงสั่งตรงจากภัตตาคารชั้นหนึ่งหรือเป็นอาหารถูกปากจากข้างถนน สุดท้ายเมื่อผ่านเข้าปากไป ทุกอย่างก็จะค่อยๆถูกส่งเข้าสู่ทางเดินอาหารทั้งระบบเริ่มตั้งแต่ถูกบดเคี้ยวด้วยฟันลำเลียงโดยหลอดอาหาร ย่อยแป้งกับดูดซึมแอลกอฮอล์และน้ำตาลที่กระเพาะ ย่อยโปรตีนกับไขมันรวมทั้งดูดซึมธาตุเหล็กและวิตามินบางชนิดที่ลำไส้เล็ก ส่วนที่ดูดซึมไม่ได้จะถูกส่งต่อไปยังด่านสุดท้ายคือลำไส้ใหญ่ ใยอาหารที่เรากินเข้าไปจะกักเก็บส่วนที่ดูดซึมไม่ได้นี้และขับออกไปจากร่างกายในรูปของเสีย หากคุณลองนึกภาพตามจะพบว่าส่วนประกอบที่ใหญ่ที่สุดของระบบทางเดินอาหารนั้นคือลำไส้ ถ้าตาเรามองทะลุชั้นผิวหนัง ไขมันและกล้ามเนื้อเข้าไปได้ในตำแหน่งหน้าท้อง จะพบว่ามีอวัยวะหนึ่งขดแน่นไปมาเต็มพื้นที่ ซึ่งเมื่อจับออกมาวัดดูจะพบว่ามีความยาวมากถึงราว 30 ฟุตหรือประมาณ 9 เมตร อวัยวะนั้นคือ ลำไส้ และ 5 ใน 6 ส่วนของความยาวทั้งหมดคือลำไส้เล็ก อีกหนึ่งส่วนที่เหลือเป็นลำไส้ใหญ่ แต่ทั้งนี้ลำไส้ใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่าลำไส้เล็กถึง 3 เท่านึกภาพคร่าวๆของลำไส้ออกแล้วใช่ไหมค่ะ แต่นั่นเป็นแค่ภายนอกแล้วภายในลำไส้ทั้งสองส่วนมีหน้าตาอย่างไร เหมือนหรือต่างกันหรือไม่ มาจินตนาการกันต่อดีกว่า

ท่องไปในโลกของลำไส้

. โลกมหัศจรรย์ของลำไส้เล็ก เมื่อเราผ่าลำไส้เล็กออกมาดูจะพบว่าท่อนกล้ามเนื้อยาว 25 ฟุตนี้ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ ลำไส้เล็กตอนต้น ตอนกลาง และตอนปลาย โดยด้านในผนังลำไส้แต่ละตอนจะมีส่วนที่ยื่นออกมามากมายเป็นล้านๆมีสภาพเหมือนปะการังบนพื้นทะเล เราเรียกส่วนนี้ว่า วิลไล ( villi ) ภายในวิลไลแต่ละอันจะมีเส้นเลือดฝอยและน้ำเหลืองช่วยดูดซึมสารอาหารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปหล่อเลี้ยงร่างกายต่อไปและหากเราแผ่พื้นที่วิลไลแต่ละอันออกมาได้จะพบว่าภายในลำไส้เล็กนี้มีพื้นที่มากถึง 2 สนามเทนนิสเลยทีเดียว ที่ลำไส้เล็กแห่งนี้ถือเป็นจุดสุดท้ายของกระบวนการย่อยอาหารซึ่งอาศัยเอนไซม์ทั้งจากลำไส้เล็กเองและจากตับอ่อนโดยลำไส้เล็กตะสร้างเอนไซม์ชื่อมอลเตส แล็กเตส และซูเครส สำหรับย่อยคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล ในขณะที่ตับอ่อนสร้างเอนไซม์ชื่อทริปซินสำหรับย่อยโปรตีนและไลเปสสำหรับย่อยไขมันเมื่อสารอาหารที่ผ่านการย่อยแล้วถูกส่งไปตามร่างกายส่วนที่ย่อยไม่ได้หรือกากอาหารก็จะถูกส่งต่อไปยังลำไส้ใหญ่

. เปิดประตูสู่ลำไส้ใหญ่ ที่ลำไส้ใหญ่ไม่มีการย่อยหรือดูดซึมสารอาหารอีกแล้ว และเมื่อผ่าออกมาดูจะพบว่าลำไส้ใหญ่นี้มีลักษณะเป็นกระเปราะไปเกือบตลอดความยาวทั้งหมดยกเว้นไส้ตรงเท่านั้นที่มีผนังเรียบและด้วยความที่ผนังลำไส้ใหญ่โป่งออกไปเป็นกระเปาะนี่เอง จึงทำให้มีเศษอุจจาระเข้าไปสะสมอยู่มากจนทำให้เกิดโรคได้ สำไส้ใหญ่แบ่งออกได้เป็น 4 ส่วน ได้แก่ ลำไส้ใหญ่ส่วนต้นหรือกระพุ้งลำไส้ใหญ่จะมีลิ้นเปิด-ปิดได้ ป้องกันไม่ให้อาหารไหลย้อนกลับไปยังลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ส่วนกลาง มีลักษณะคดเคี้ยวเหมือนตัวเอส ลำไส้ใหญ่ส่วนตรงหรือไส้ตรง เป็นที่พักของอุจจาระในผู้ชายจะอยู่หลังกระเพาะปัสสาวะ ส่วนในผู้หญิงจะอยู่หลังมดลูกและช่องทวารหนัก ส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ที่มีกล้ามเนื้อหูรูดเปิดออกเวลาขับถ่าย นอกจากนี้ตรงส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ส่วนต้นยังเป็นที่อยู่ของลำไส้ใหญ่อีกประเภทที่ใครๆมักคิดว่าเป็นส่วนเกินและอยากตัดออกนั่นก็คือ ไส้ติ่งหรือไส้ตันความจริงแล้วไส้ติ่งไม่ใช่ส่วนเกินแต่เป็นต่อมน้ำเหลืองต่อมหนึ่งขนาดยาวราว 10 เซนติเมตรและกว้าง 1.5 เซนติเมตร ทำหน้าที่ช่วยดักจับเชื้อโรคที่ผ่านเข้ามาในบริเวณลำไส้คล้ายกับหน้าที่ของต่อมทอนซิลในลำคอนั่นเอง อย่างไรก็ตาม หากไส้ติ่งเกิดการอักเสบ สามารถตัดทิ้งได้โดยไม่ส่งผลกระทบใดๆเพราะยังมีต่อมน้ำเหลืองอยู่อีกหลายแห่งทั่วร่างกายค่ะ และนี่คือสภาพของอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในระบบทางเดินอาหารจากปากถึงทวาร ร่างกายจะทำงานแบบวันเวย์ นับเวลาที่เราเคี้ยวข้าวคำแรกและกลืนลงคอจนถึงเวลาปวดท้องอยากถ่ายก็นับได้เกือบ 9 ชั่วโมง ลองนึกดูว่าหากคุณไม่ถ่ายหลายๆวัน ของเสียที่มารออยู่ลำไส้ใหญ่ก็จะค้างอยู่อย่างนั้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อและนำไปสู่โรคอื่นๆได้มากมาย เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ริดสีดวงทวารหนัก กระเปาะทวารหนัก และลำไส้แปรปรวนเป็็นต้น

ขอขอบคุณบทความจาก HEALTH CUISINE นิตยสารรายเดือนปีที่ 9 ฉับบที่ 105 ตุลาคม 2552

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *