4 โรคลำไส้ยอดฮิต

1. มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคอันตรายที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 รองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอด แม้จะไม่ใช่มะเร็งที่พบบ่อยแต่เมื่อพบทีไรนั่นหมายความว่าโอกาสรอดของคนไข้น้อยเต็มที เพราะคนไทยส่วนมากไม่ค่อยตรวจลำไส้ เมื่อเกิดมะเร็งกว่าจะรู้ตัวก็เข้าสู่ระยะที่สามซึ่งรักษาแทบไม่ได้ ทราบหรือไม่ว่า หากตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่หนึ่งมีโอกาสผ่าตัดหายถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ระยะที่สองเหลือ 89 เปอร์เซ็นต์ โรคนี้ป้องกันได้นอกจากการรับประทานอาหารให้ครบหมู่และดูแลร่างกายให้แข็งแรงแล้ว ควรไปตรวจลำไส้เป็นประจำตั้งแต่อายุ 50 ปี เพราะอายุเฉลี่ยผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ทั้งโลกอยู่ที่ 63 ปี การตรวจล่วงหน้า 10 ปีจึงเป็นการป้องกันอย่างได้ผลแต่หากครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งทุกชนิดควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุน้อยๆ

2. ริดสีดวงทวาร เกิดจากการเบ่งถ่ายอุจจาระนานๆทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักจึงยืดพองขึ้นเป็นติ่งเนื้อ ผนังหลอดเลือดจึงบางลง เมื่อเกิดการเสียดสีกับอุจจาระที่หยาบและแข็งจะทำให้หลอดเลือดดำปริแตกหรือฉีกขาดนอกจากนี้ยังอาจเกิดจากอาการท้องผูก การยืนหรือนั่งท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันนานๆและการกลั้นอุจจาระ ริดสีดวงทวารรักษาได้ทั้งการใช้ยาและผ่าตัด การป้องกันทำให้ได้โดยดื่มน้ำสะอาดมากๆรับประทานผัก ผลไม้เป็นประจำ ขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่เบ่งอุจจาระเมื่อไม่รู้สึกอยากถ่ายและควรออกกำลังกายเสมอเพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ แค่นี้ก็ปลอดภัยจากริดสีดวงแล้ว

3. โรคกระเปาะทวารหนัก ทางการแพทย์เรียกว่า Rectocele โรคนี้เกิดเฉพาะในเพศหญิงที่กลั้นอุจจาระนานๆหรือผ่านการคลอดลูกมาแล้วหลายหน ทำให้ผนังลำไส้ใหญ่บริเวณทวารหนักกับช่องคลอดแยกตัวออกจากกัน เมื่อถึงเวลาปวดเบ่ง ผนังส่วนหนึ่งของลำไส้ใหญ่จะยื่นเป็นกระเปาะเข้าไปในช่องคลอดทำให้อุจจาระไหลลงผิดทางไปติดขัดอยู่ตรงกระเปาะเกิดการอักเสบติดเชื้อทั้งในลำไส้ใหญ่และช่องคลอด รักษาได้ด้วยการเย็บกระเปาะให้เข้าที่

4. ลำไส้แปรปรวนหรือ IBS ( lrritable Bowel Syndrome ) เป็นโรคทางเดินอาหารที่พบบ่อยโดยเฉพาะในวัยทำงานแต่ปัจจุบันพบว่าวัยรุ่นก็เป็นโรคนี้กันได้มาก IBS มีสาเหตุที่ไม่แน่ชัด แต่อาการของโรคคือ ลำไส้บีบตัวผิดปกติ อาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคนี้คือ ปวดเกร็งท้องแน่นท้อง ท้องอืด ท้องโตเหมือนมีลม เรอหรือผายลมบ่อย บางคนอาจมีท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นมูกแต่ไม่มีเลือด เป็นๆหายๆต่อเนื่องนาน 2-3 เดือน เชื่อกันว่าความเครียดก็เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคนี้ และการรับประทานผัก ผลไม้เยอะๆก็ช่วยให้อาการดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตามโรคนี้รักษาให้หายสนิทค่อนข้างยากทำได้แค่ประคองอาการทางที่ดีไม่ป่วยเลยดีที่สุด การไม่เครียดรับประทานอาหารครบทุกหมู่และดื่มน้ำเยอะๆก็ช่วยให้มั่นใจได้ระดับหนึ่งและเนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงเทศกาลถือศีลกินเจหลายคนที่กินเนื้อมาตลอดปีกลับต้องหันมากินผักกินถั่วตลอดช่วงเทศกาลด้วยความศรัธาในเรื่องกุศลผลบุญในขณะที่หลายคนเชื่อว่าการกินเจยังช่วยทำความสะอาดภายในร่างกายได้แต่จริงๆแล้วการกินเจ 9-1o วันจะส่งผลกระทบอะไรกับลำไส้บ้างหรือไม่มาดูกันเลย เจ+มังสวิรัติ+ดีท็อกซ์ มิตรหรือมารของลำไส้ ในทางการแพทย์ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนว่าการกินเจหรือมังสวิรัติในช่วงเวลาสั้นๆจะช่วยให้ลำไส้สะอาดขึ้นได้หรือความจริงแล้วลำไส้ไม่ได้ต้องการความสะอาดมากอย่างที่เราคิดเพียงรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ก็เพียงพอต่อกระบานการต่างๆของร่างกายรวมทั้งกระบวนการย่อยดูดซึมสารอาหารและขับถ่ายที่เกิดในลำไส้ด้วยและเพราะอาหารเจส่วนใหญ่อุดมไปด้วยแป้้งและไขมันนอกจากและทำให้อ้วนได้ง่ายแล้วยังทำให้การขับถ่ายยากลำบากเพราะไม่มีกากอาหารและความเชื่อที่ว่าการกินเจช่วยทำความสะอาดภายในนั้นไม่ถูกต้องเสียทีเดียวหากอาหารเจที่คุณกินเข้าไปนั้นมีแต่แป้งกับไขมันเพื่อเป็นการรักษาสุขภาพลำไส้ขณะการกินเจควรกินผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้นด้วยเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและเพิ่มใยอาหารสำหรับช่วยในการขับถ่าย ใยอาหารหารเป็นอาหารประเภทเดียวที่ลำไส้ไม่สามารถย่อยได้แต่ที่แนะนำให้รับประทานมากๆก็เพื่อช่วยในการขับถ่ายนั่นเองนอกจากนี้ใยอาหารยังช่วยป้องกันท้องผูกลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดคอเลสเตอรอลลดความเสี่ยงเบาหวานและควบคุมการเจริญอาหารได้แต่เหรียญย่อมมีสองด้าน การรับประทานใยอาหารมากเกินไปก็อาจเกิดผลเสียคือลดการดูดซึมแร่ธาตุและอุดตันทางเดินอาหารเนื่องจากกินผักมากแต่ดื่มน้ำน้อยแล้วเราต้องกินใยอาหารเท่าไรจึงพอดีคำถามข้อนี้ยังไม่มีคำตอบเพราะยังไม่มีข้อมูลระบุชัดแต่มีข้อแนะนำว่าให้กินผัก ผลไม้อย่างน้อยวันละห้าส่วนและธัญพืชกับข้าวซ้อมมือวันละ 7 ส่วนจึงจะเหมาะสมนอกจากนี้สมาคมโภชนาการเบาหวานของสหรัฐอเมริกายังแนะนำว่าผู้ป่วยเบาหวานควรบริโภคใยอาหารวันละ 20-35 กรัมหากกินคาร์โบไฮเดรตมากควรเพิ่มใยอาหารเป็นวันละ 25-50 กรัมต่อวันในขณะที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มเติมว่าใยอาหาร 20-30 กรัมต่อวันช่วยป้องกันมะเร็งได้ บทสรุปของลำไส้ปลายทางของอาหารทุกคำแม้จะมีความเสี่ยงเกิดโรคอันตรายหลายโรคแต่การป้องกันลำไส้ที่ดีที่สุดก็ไม่พ้นเรื่องการกิน กินดี คือกินให้ถูกสุขลักษณะและครบถ้วนทุกหมู่มากน้อยตามแต่ร่างกายต้องการ อยู่ดี คืออยู่อย่างมีความสุข ไม่เครียด ไม่ทุกข์ เพียงแค่นี้นอกจากลำไส้จะดีแล้ว ส่วนอื่นๆของร่างกายยังดีไปด้วยอย่าลืมนะค่ะ คาถาง่ายๆ กินดี อยู่ดี เพราะสุขภาพลำไส้รวมทั้งกายและใจอยู่ในมือเราเอง

ขอขอบคุณบทความจาก HEALTH CUISINE นิตยสารรายเดือนปีที่ 9 ฉับบที่ 105 ตุลาคม 2552

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *