รักอย่างไรไม่ให้ทุกข์ถ้าทุกข์เพราะรักต้องอ่านต้องฟัง

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยคนที่ทุกข์เพราะรักก็ยังมีอยู่ทั่วโลก แต่ถ้าเรารู้จักรัก ถ้าเรารักเป็น เราจะไม่ทุกข์เพราะรักเลย ความทุกข์ที่เกิดจากความรักมีอยู่หลายระดับด้วยกันขึ้นอยู่กับว่าเรายึดติดกับความรักเหนียวแน่นแค่ไหน ถ้ายึดติดมากก็ทุกข์มากเป็นธรรมดา ถ้าไม่ยึดติดเลยก็ผิดวิสัยสามัญชนคนธรรมดาที่มีความรัก ความโลภ ความโกรธ และความหลง อยู่ในตัวกันทุกคน แม้แต่ผู้เขียนเองก็ไม่วายที่จะติดบ่วงของความทุกข์ที่เกิดจากความรักในบางครั้ง บางครา ก็ได้ธรรมะนี่ละช่วยเยียวยาจิตใจให้หายทุกข์ ถ้าเพื่อนๆที่กำลังทุกข์หนักเพราะรัก กรุณาอ่านคำสอนของพระแต่ละท่านต่อไปนี้เพื่อเป็นการเตือนสติตัวเองไม่ให้หลงงมงายอยู่กับความรักมากจนเกินไป เพื่อให้ตัวเราเองไม่ต้องทุกข์เพราะรักอีกต่อไป ถ้ารักเป็นจะไม่ทุกข์เพราะรักอีกต่อไป

มุมมองความรักของท่าน ว. วชิระเมธี

“5 คำสอนสำหรับคนที่กำลังมีความรัก­”

1.ความรักคือการเรียนรู้

2.หาแง่ดีของความรัก

3.ให้เกียรติซึ่งกันและกัน

4.เปิดโอกาสให้คนรักมีช่องว่าง

5.อย่าทำร้ายคนที่เรารัก

โดยพระอาจารย์สนอง กตปุญโญ วัดสังฆทาน นนทบุรี

ความ วุ่นวายที่ทุกคนมีอยู่ยังดับไม่ลง เดี๋ยวเรื่องนั้นเข้ามาแทรกเดี๋ยวเรื่องนี้เข้ามาซ้อน เรื่องรักเรื่องใคร่ เรื่องโลภโกรธหลงมีอยู่ในหัวใจทุกคน แสวงหาความอยาก ความรัก เช่นไปขอความรักเขา อยากให้เขารักเรามากๆ รักน้อยไม่เอา อยากให้มันเพิ่มมากขึ้น ที่จริงมันเพิ่มทุกข์ทั้งนั้น

เมื่อเป็น อย่างนั้นแล้วก็ทุกข์มากขึ้น รักมากก็กังวลมาก กลัวจะเป็นโน่นเป็นนี่ กลัวจะไม่ดี กังวลกลัวจะเปลี่ยนแปลง เกิดความทุกข์กระสับกระส่ายกระวนกระวาย เมื่อรักมากห่วงมากก็เป็นทุกข์มาก ห่วงมากๆเข้าก็หึงหวงเกิดทะเลาะขัดแย้งกันเพราะไม่ตรงตามที่ตกลง

“ทำไม รักแล้วต้องเป็นอย่างนี้ด้วย” รักแล้วต้องคอยติดตามเป็นเงาตามตัวทำไม? คนถูกรักก็ไม่เข้าใจในความรัก คนที่รักก็ไม่เข้าใจในความรัก รักแล้วกลายเป็นห่วงกลายเป็นเฝ้าติดตามจนกลายเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา รักไม่มีธรรมะมักเป็นอย่างนี้

ถ้า เราไม่เข้าหาธรรมะมันก็หนักเอียงไปทางเดียว เอียงไปทางที่เป็นทุกข์อยู่เรื่อย เพราะเราอยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันตรงกับตามความต้องการ แต่ มันก็ไม่เป็นดังที่เราต้องการสักที นี่แหละชีวิตคนเราถ้าไม่มีธรรมะแล้วก็จะมีปัญหา แม้แต่ความรักก็เป็นเรื่องใหญ่โตเป็นความทุกข์ที่เข้ามาแทรกซ้อนอยู่ทุกลม หายใจ

ความรักจะเข้าใจกันทีแรกเท่านั้น อยู่ไปนานๆมันไม่รู้จักความเข้าใจเพราะมันเกินเลยไม่มีขอบเขต คนเราจึงมีปัญหาหัวใจ เป็นทุกข์เพราะห่วง เพราะหวง เพราะกังวล

แม้ ความรักที่สาบานว่าจะรักกันจนตายมันก็ยังทิ้งกันได้ ต่างคนต่างเกิดมาก็ตายจากกันได้ ไม่มีอะไรเป็นของเที่ยงเลย แล้วจะไปยึดมั่นถือมั่นว่าทุกอย่างนั้นจะเป็นไปตามสัญญาไม่มีหรอก

รู้จัก ละวางให้ใจว่างบ้างด้วยการภาวนา ด้วยการเข้าใจธรรม พอมันไปห่วงไปรักไปกังวลคนอื่นมันเป็นทุกข์ทุกทีอีกแล้วว่าเขาจะเป็นโน่น เป็นนี่ ตัดใจให้ได้ช่างมันเถอะเกิดคนเดียวตายคนเดียว เอาความตายมาตัดปุ๊ปสบายใจ คนเรากรรมใครกรรมมัน เขาทำบุญไว้ก็ต้องไปดีเขาทำบาปก็ต้องไปตามกรรมของเขา ใครจะไปดึงรั้งเขาได้

จึง ว่าเราเกิดมาแล้วก็ศึกษาชีวิตให้เป็นธรรมะเสีย เกิดคนเดียวตายคนเดียวกินคนเดียวทุกข์คนเดียว ถ้าเรายังช่วยใจตนเองให้สงบไม่ได้ ก็ช่วยคนอื่นไม่ได้จะต้องช่วยเหลือตนเองก่อน เมื่อช่วยเหลือตนเองได้ก็ช่วยเหลือผู้อื่นได้

<—————————————————————————————————–>

ธรรมมะดีๆจาก คนเมืองบัว.com

ธรรมะสวัสดี ได้ไปเรียนวิชานี้มาจากสถานธรรมไท่เจียฝอเอวี้ยน ชั้นประชุมธรรม ที่จัดขึ้นที่หนองแค สระบุรี เป็นคาถาดี ไม่ต้องแปลเป็นไทย
ท่านแปลให้เสร็จสรรพ เป็นไทยเรียบร้อยแล้ว ธรรมะสวัสดีขอขนามนามคาถานี้ ว่า สัจจะคาถาแห่งรัก พึงเห็นได้จากตัวเอง ทุกสรรพชีวิตต้องพบเจอ
สัจจะ นี้ มี 4 คำ…ซึ่งถ้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ 4 คำนี้รับรองท่านคงลดน้ำตาทุกข์จากรัก เข้าใจในรัก และไม่ทุกข์เพราะรัก และรักในสิ่งที่ท่านเข้าใจอย่างพ้นทุกข์สิ้นเชิง ในสัจจะอันประเสริฐสี่ประการ

ขั้นตอนการใช้คาถาสำหรับคนมีความรักนะ

1. ตอนเช้าตื่นขึ้นมาเจอสุดที่รัก ท่องในใจ (เคล็ดลับห้ามท่องให้ที่รักได้ยินเป็นอันขาด)
2. เมื่อสุดที่รัก ออกจากบ้านไป ก็ภาวนาตามหลัง เค้าไปอีกครั้ง(เคล็ดลับห้ามท่องให้สุดที่รัก ได้ยินเป็นอันขาด)
3. เมื่อสุดที่รักกลับมาเจอหน้า ก็ท่องซ้ำกันช้ำใจอีกซักครั้งกันเหนียว(เคล็ดลับห้ามท่องให้ที่รัก ได้ยินเป็นอันขาด)

มาครับมาฟังสัจจะ 4 ประการอันประเสริฐจากธรรมะสวัสดีครับ

มึง

ทิ้ง

กู

แน่

นี่แหละคือ สัจจะ ๔ ประการอันประเสริฐ หากท่องทุกวัน รู้แล้วใช่ไหมคับทำไมห้ามท่องให้สุดที่รักได้ยิน หากไม่เชื่ออาจพบสัจจะนี้อย่างทันทีทันใดก็ได้
เดี๋ยวกลัวว่าท่านผู้เจริญจะทำใจไม่ได้กับสัจจะนี้ ก็เลยให้ท่านท่องไว้ทุกทิวาราตรีโดยสุดที่รักไม่ได้ยิน

มาชำแหละธรรมกับ คาถาสี่ตัวกันตามความคิดธรรมะสวัสดีนะครับ

สัจจะตัวที่หนึ่ง มึง เป็นคำพื้นบ้านพบเจอแต่ดึกดำบรรพ์ก่อนที่ธรรมะสวัสดีจะเกิดซะอีก อิอิ มึง ธรรมะสวัสดีเทียบได้กับเป็นตัวทุกข์ เพราะอะไร เพราะมันจะนำทุกข์มาให้ท่านไม่วันใด ก็วันหนึ่งนั่นเอง

สัจจะตัวที่สอง ทิ้ง เป็นกิริยาทั่วๆไปไม่ต้องแปลเป็นไทยอีกให้มากความ รู้สาแก่ใจกันทุกๆคนอยู่แล้ว ธรรมะสวัสดีเทียบขอเปรียบได้กับ สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์

สัจจะตัวที่สาม กู อันนี้ก็ตัวเรานั่นเอง ธรรมะสวัสดี เทียบให้เป็นมรรค คือหนทางที่จะดับทุกข์ ทุกข์ที่ไหนจะดับได้ นอกจากทำความเข้าใจดับที่ตัวกูของกูนั่นเอง

สัจจะตัวสุดแท้ แน่ ก็คือความเที่ยงแท้ แน่นอน ธรรมะสวัสดีจึงเทียบได้เป็น นิโรธ เพราะทำได้ย่อมดับทุกข์ได้แน่นอน ยอดรวมของคาถาสัจจะอันประเสริฐสี่ประการ  ของผู้ยังไม่พ้นรัก ยังมีราคะความเร่าร้อนในการแสวงหา รับรองท่านต้องเจอแน่ๆ แน่แท้ แน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง  ทำไมธรรมะสวัสดี จึงกล่าวแบบนี้ ยกตัวอย่างให้ง่ายๆ

1. ที่รักออกจากบ้าน นี่คือแสดงให้เห็นแล้วว่าพรัดพราก ทิ้งชิมลาง ให้ท่านได้พิจารณาเล่น ๆ ก่อน
    2. วันสุดท้าย ที่รัก รักกันจะปานจะเขมือบกลืนกินกัน ก็ต้องทิ้งร่างไร้วิญญาณจากท่านแน่นอนในบันปลายชีวิต

ธรรมะสวัสดี จึงยืนยันได้ว่านี่แหละคือสัจจะอันประเสริฐของผู้ครองเรือน ที่ใคร หมุนกลับไม่ได้ เช่นกัน ดั่งอริสัจสี่ประการของพระศาสดา ใครหมุนกลับ ผู้นั้นชื่อว่า พูดไม่จริง มิใช่สัจจะ ไม่เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ ฉะนี้เอง

หากท่านหมั่นภาวนาทุกค่ำเช้า สิริมงคล จะพึงบังเกิดกับท่าน จนอาจละวางอัตตาตัวตน พ้นทุกข์จากรักอันสิ้นเชิงก็เป็นได้ ขนาดธรรมะสวัสดีไม่มีคู่รักกับเค้ายังต้องท่องกันเหนียวเอาไว้เลย อิอิฯ

ปล.หากคำกล่าวใด ไม่เหมาะสม ไม่สมควร ขอพระรัตนตรัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลพิภพ พึงอดโทษแก่ธรรมะสวัสดีผู้โง่เขลา ด้วยเทอญฯ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *